2007/Jun/28

วิเคราะห์การค้าเสรี

การต่อต้านการค้าเสรี

ไทยถูกบีบเจรจาสิทธิบัตรพืช หวั่นสหรัฐฮุบข้าวหอมมะลิ

7 กุมภาพันธ์ 2549 18:15 น.
กลุ่มเอฟทีเอ วอทช์ เผยสหรัฐบีบไทยจดสิทธิบัตรพืชวอนสังคมช่วยจับตา ขณะที่กรรมการสิทธิมนุษยชน ชี้เจรจารอบหน้าไทยอาจโดนฮุบลิขสิทธิ์ข้าวหอมมะลิ นักวิชาการเร่งวิจัยข้าว GMOs เพิ่มผลผลิตรองรับความต้องการของตลาดโลก หวั่นไทยล้าหลังหากไม่ปรับตัว เกรงกระทบตลาดส่งออกข้าวไทยในอนาคต

รศ.ดร.จิราพร ลิ้มปานานนท์ อาจารย์ประจำหน่วยปฏิบัติการวิจัยเภสัชศาสตร์สังคม คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จุดยืน 11 องค์กรประชาชนต่อต้านการค้าเสรีและการแปรรูปประเทศ คือ การเจรจาเอฟทีเอเรื่องของสิทธิบัตรซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อประเทศไทย เพราะผลประโยชน์จะตกอยู่กับสหรัฐฝ่ายเดียว เรื่องนี้รัฐบาลไทยรู้แต่ก็ยังทำ เนื่องจากต้องการแลกสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์ยากับการได้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร หรือ จีเอสพี ขณะนี้บริษัทยาของสหรัฐได้มีการล็อบบี้ทีมเจรจาของสหรัฐเพื่อฉกฉวยผลประโยชน์และต้องการผูกขาดยาและวิธีรักษาให้มากที่สุด

รศ.ดร.จิราพร กล่าวว่า ข้อเรียกร้องที่สหรัฐต้องการจากไทย คือ 1.ให้ไทยเปิดสิทธิบัตรพืชและสัตว์แก่สหรัฐ เพื่อสามารถนำพืชสัตว์เหล่านี้ไปปรับปรุงพันธุกรรม เป็นเจ้าของได้ 2.ให้ไทยให้สิทธิบัตรวิธีการวินิจฉัยโรค การรักษาผู้ป่วยและการผ่าตัด 3.จำกัดการใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิเป็นไปอย่างลำบากจนไม่สามารถใช้ได้ 4.สหรัฐสามารถขยายอายุสิทธิบัตรได้ตามที่ต้องการ นอกจากนี้ สหรัฐยังขอให้ไทยให้ของแถมเป็นพิเศษนอกเหนือจากสิทธิบัตร โดยให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทำหน้าที่เป็นตำรวจสิทธิบัตร เพื่อเป็นจำเลยชดใช้ค่าเสียหายในกรณีที่มีความผิดพลาดเกิดขึ้น

นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการโครงการยุทธศาสตร์นโยบายฐานทรัพยากร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงที่การเจรจาเอฟทีเอรอบที่ 7 กับสหรัฐ จะบรรลุวาระเรื่องขอยึดลิขสิทธ์ข้าวหอมมะลิไทยเกิดขึ้นด้วย ซึ่งถือว่าเป็นความหายนะครั้งใหญ่ถ้าหากรัฐบาลไทยยินยอม

รศ.ดร.สุพัฒน์ อรรถธรรม ภาควิชาโรคพืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ประเทศอิหร่านเป็นประเทศที่นำเข้าข้าวแต่ละปีประมาณ 1 ล้านตัน ซึ่งถือเป็นผู้บริโภคข้าวรายใหญ่อีกประเทศหนึ่ง แต่ปัจจุบันอิหร่านประกาศที่จะปลูกข้าวจีเอ็มโอ โดยชุดแรกจะใช้ข้าวบีทีที่มีความต้านทานต่อโรคแมลงซึ่งจะให้ผลผลิตปริมาณต่อไร่สูงกว่า ทำให้ต้นทุนถูกและจะลดการนำเข้าในอนาคต หากประเทศอื่นๆ ทั่วโลกให้ความสนใจพัฒนาการผลิตข้าวจีเอ็มโอแบบประเทศอิหร่าน รวมไปถึงสามารถเพิ่มผลผลิตได้ปริมาณเพียงพอต่อการส่งออก ก็จะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของข้าวไทย เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่า

"ขณะที่เราอยู่เฉยๆ แต่ประเทศอื่นเขาพัฒนา ทุกอย่างต้องแข่งขันทั้งในด้านคุณภาพและราคา ดังนั้น เราจะปิดกั้นพืชไบโอเทคไม่ได้แล้ว ต้องพัฒนาให้ทันต่อการแข่งขันในอนาคต และต้องสร้างความเข้าใจและการยอมรับของผู้บริโภคต่อพืชไบโอเทคด้วย" รศ.ดร.สุพัฒน์ กล่าว

จากเว็บ http://www.biothai.net/autopage1/show_page.php?t=4&s_id=13&d_id=15

สนับสนุนการค้าเสรี

การสนับสนุนเรื่องการค้าเสรีลดลงในสหรัฐ
จากการสำรวจของแผนงานว่าด้วยทัศนคติทางนโยบายระหว่างประเทศ (Program on International Policy Attitudes - PIPA) มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ สหรัฐ พบว่าการสนับสนุนการค้าเสรีในทุกกลุ่มรายได้ ลดลงนับแต่ปี 1999-2004 และที่สำคัญลดลงอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้มีรายได้สูง ซึ่งในอดีตเป็นผู้สนับสนุนการค้าเสรีอย่างแข่งขันที่สุด โดยพบว่าคนอเมริกันที่รายได้มากกว่า 1 แสนดอลลาร์ต่อปี สนับสนุนการส่งเสริมการค้าเสรีลดลงจากร้อยละ 57 ในปี 1999 เหลือน้อยกว่าครึ่งหนึ่งคือร้อยละ 26 สำหรับชาวอเมริกันที่มีรายได้น้อยต่ำกว่า 7 หมื่นดอลลาร์ต่อปี การสนับสนุนการค้าเสรีที่น้อยอยู่แล้ว ก็พบว่าลดลงไปอีกร้อยละ 7 นอกจากนี้ คนอเมริกันที่มีรายได้สูงกว่า 1 แสนดอลลาร์ต้องการให้ชะลอหรือยุติการค้าเสรีเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จากร้อยละ 17 เป็นร้อยละ 33 (ยูเอสเอ ทูเดย์ 240204) จากรายงานของ PIPA เอง ซึ่งเผยแพร่เมื่อปลายเดือนมกราคม 2547 คนอเมริกันส่วนใหญ่ยังไม่พอใจในนโยบายการค้าของรัฐบาล และต้องการให้รัฐบาลลดทอนผลกระทบของการค้าที่มีต่อคนงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนต่อสิ่งแวดล้อม การสำรวจนี้ดูเหมือนจะตอกย้ำว่า การค้าเสรีซึ่งเปรียบเหมือนเป็นสินค้าที่ขายไม่ค่อยออกในประเทศพัฒนาแล้วนั้น กำลังถูกนำมาเสนอขายอย่างเต็มที่ในประเทศกำลังพัฒนารวมทั้งประเทศไทย

จากเว็บ http://www.thaingo.org/cgi-bin/content/content1/show.pl?0162

การค้าเสรี

ถึงวันนี้กลุ่มผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศของไทย ก็ยังมีความเห็นแตกต่างกันเป็น 2 กลุ่มในเรื่องการดำเนินการทำสัญญาเปิดเขตเสรีทางการค้าและการลงทุน

กลุ่มที่เห็นว่าจะต้องดำเนินการโดยทันที เพราะเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าโทษกับเศรษฐกิจและสังคมไทยนั้นมีรัฐบาลชุดปัจจุบันเป็นแกนหลักสำคัญ

เหตุผลหลักประการสำคัญของรัฐบาลและผู้มีแนวคิดเดียวกัน ก็คือการเร่งเปิดเขตการค้าเสรีจำนวนมาก จะทำให้ประเทศไทยมีตลาดสำหรับสินค้าส่งออกมากและหลากหลายขึ้น ในขณะที่การนำเข้าก็ยังจำกัดอยู่เท่าเดิมตามจำนวนประชากร 65 ล้านคน

ผู้สนับสนุนแนวทางดังกล่าวนี้ ระบุว่านี่คือแนวโน้มของระบบเศรษฐกิจโลกต่อไปในอนาคต ประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องกระโดดขึ้นรถขบวนแรกๆ

เพื่อจะแสวงหาประโยชน์สูงสุดจากแนวโน้มนี้

ขณะที่อีกฝ่ายอันได้แก่นักวิชาการทั้งในและนอกมหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อย แม้จะเห็นว่าการค้าเสรีเป็นแนวโน้มที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น แต่มีความเห็นว่าควรจะตั้งสติยั้งตัวเองไว้ ไม่ให้กระโดดลงไปกลางกระแสเชี่ยวกราก เพราะผลเสียผลได้ของแนวทางดังกล่าวนั้นมีอยู่พอๆกัน

ผู้ที่ออกมาส่งเสียงเตือนถึงข้อพึงระวังในการกระโดดลงไปสู่กระแสการค้าเสรีคนล่าสุด ก็คือม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

เหตุผลของม.ร.ว.ปรีดิยาธรก็คือ การกระโดดเข้าสู่กระแสการค้าเสรีโดยที่ยังไม่เตรียมตัวปรับพื้นฐานของประชาชนและธุรกิจในประเทศให้พร้อมรับการแข่งขันและผลกระทบไว้ก่อน อาจจะยิ่งทำให้เกิดผลเสียหายมากกว่าผลดีที่คาดว่าจะได้รับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการลงทุนที่นักธุรกิจไทยยังยืนอยู่แถวหลังในโลก

ประเด็นที่พึงระวังก็คือ จะต้องมิให้การแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันดังกล่าว กลายเป็นประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวหรือความขัดแย้งทางการเมือง อันจะทำให้สาระสำคัญอันได้แก่ความอยู่รอดและความเจริญก้าวหน้าของเศรษฐกิจและสังคมไทยถูกบิดเบือนไป

และถ้าจะให้การถกเถียงดังกล่าวเป็นไปอย่างรอบคอบรอบด้านมากขึ้น ก็ยิ่งควรจะเปิดกว้างให้ทั้งผู้มีส่วนได้เสียและผู้ทำการศึกษาในเรื่องดังกล่าว ได้มามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ไม่จำกัดให้เรื่องเป็นความรับผิดชอบเฉพาะของรัฐบาล หรือเป็นการกำหนดและถกเถียงกันอยู่ในหมู่ผู้บริหารเศรษฐกิจระดับสูงเพียงไม่กี่คน

เพราะนโยบายการค้าเสรีนั้นพ่วงเอาประชาชนทั้ง 65 ล้านคนเข้าไปเป็นเดิมพันและมีส่วนได้เสียในเรื่องดังกล่าวโดยตรง

แล้วจะมิให้ผู้มีส่วนได้เสียออกเสียงได้อย่างไร

จากเว็บ http://www.ftawatch.org/news/view.php?id=1214

ให้อ่านและสรุป 2เว็บ

http://biolawcom.de/article/100


นอกจากนี้ในสังคมที่มีรูปแบบการปกครองในลักษณะเผด็จการมีการละเมิดสิทธิเสรีภาพของ
ประชาชนอย่างรุนแรง การจำกัดขอบเขตของการดื้อแพ่งต่อกฎหมายว่าต้องเป็นการกระทำที่ยังคงเคารพต่อระบบ
กฎหมายโดยรวม ย่อมเท่ากับเป็นการสนับสนุนให้ระบบการปกครองที่อยุติธรรมดำเนินต่อไปได้. รอลส์ ซึ่งให้คำอธิบายค่อการดื้อแพ่งของประชาชนว่าขอบเขตของการดื้อแพ่งว่า ต้องเป็นไปเพื่อการเปลี่ยนแปลงกฎหมายบางฉบับเท่านั้น ก็จำกัดการพิจารณาการดื้อแพ่งตามแนวความคิดของตนไว้เพียงสำหรับสังคมที่มีรูปแบบ
การปกครอง ซึ่งมีความเป็นธรรมหรือในสังคมที่มีการปกครองระบบรัฐธรรมนูญ(Constitutional System)เท่านั้น(Rawls 1978: 384)

การจำกัดขอบเขตของการละเมิดเอาไว้ว่าจะกระทำได้ภายในเงื่อนไขบางประการเงื่อนไขต่างๆ เหล่านี้ในด้านหนึ่งก็จากถูกพิจารณาได้ว่าเป็นกฎเกณฑ์อีกชุดหนึ่งโดยอาจไม่ตระหนักรู้ การพยายามสร้างคำอธิบายในลักษณะนี้ก็เท่ากับว่าเป็นการดื้อแพ่งต่อกฎหมายเองก็อยู่ภาย
ใต้กฎเกณฑ์ที่ถูกกำหนดไว้ อันจะทำให้ถึงที่สุดแล้วการดื้อแพ่งต่อกฎหมายที่เกิดขึ้นต้องเป็นการดื้อแพ่งต่อกฎหมายที่ต้อง
อยู่ภายใต้กฎหมาย เท่านั้น

การเสนอแนวความคิดเรื่องการดื้อแพ่งต่อกฎหมายของประชาชน เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคำอธิบายที่เป็นการรื้อ และให้ความหมายใหม่กับปรากฎการณ์ทางสังคมจากมุมมองและความเข้าใจซึ่งแตกต่างไปจาก
เดิม แม้ว่าในตัวคำอธิบายเกี่ยวกับการดื้อแพ่งต่อกฎหมายของประชาชนจะยังคงปรากฎความขัดแย้ง ความคลุมเครือ ที่ยังไม่อาจจะให้คำอธิบายได้อย่างชัดเจนในทุกแง่มุม แต่อย่างน้อยในการเสนอแนวคิดเรื่อง การดื้อแพ่งต่อกฎหมาย ก็คงให้ความเข้าใจที่มีต่อเรื่องสิทธิได้เกิดแง่มุมที่หลากหลาย และตระหนักถึงว่าการพิจารณาถึงสิทธิของประชาชนในโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จำเป็นที่จะต้องขบคิดถึงบริบททางสังคมที่ต่างไปจากเดิมด้วย


http://www.onopen.com/2007/01/1679

ในต่างประเทศ เราเห็นตัวอย่างมากมายของการใช้กลไก ประชาธิปไตยทางตรง ให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น อย่างน้อยก็ในระดับท้องถิ่นซึ่งมีขนาดเล็กพอที่จะไม่มีปัญหาเรื่องขีดจำกัดของขนาด (scale) เช่น ระบบ ปัญจญาติ หรือสภาหมู่บ้านในอินเดีย ซึ่งมีอำนาจกำหนดและดำเนินงานตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น (แต่ละปัญจญาติประกอบด้วยตัวแทนชาวบ้านจากหมู่บ้าน 5 แห่งในบริเวณเดียวกัน) กำหนดงบประมาณถึงร้อยละ 40 ของงบประมาณด้านการพัฒนาของมลรัฐที่ตนสังกัด ตลอดจนเก็บภาษีท้องถิ่นจากสมาชิกในชุมชน

นอกจากกลไกประชาธิปไตยทางตรงจะสามารถใช้ได้ในระดับท้องถิ่นแล้ว ความสะดวกสบายในการสื่อสารต้นทุนต่ำที่มาพร้อมกับกระแสโลกาภิวัตน์ ก็กำลังช่วยลดทอนปัญหาเรื่องขนาด (scale) ที่เคยเป็นอุปสรรคต่อการใช้ประชาธิปไตยทางตรงเป็นกลไกบริหารระดับประเทศ เช่น ปัจจุบันรัฐบาลและพรรคการเมืองในหลายๆ ประเทศเริ่มใช้อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางสำคัญในการทำประชาพิจารณ์ ระดมความคิดเห็น และแม้กระทั่งกำหนดทิศทางของนโยบายสาธารณะ ภาคประชาชนเองก็ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างกว้างขวางในการรวมพลังกันตรวจสอบการทำงานของรัฐ ประสานงานเพื่อเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลในประเด็นต่างๆ ตลอดจนระดมทุนในการหาเสียงให้กับนักการเมืองที่ตัวเองชื่นชอบ


edit @ 2007/06/29 16:32:56
edit @ 2007/06/29 16:43:04
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
#1  by  komsann49 At 2007-08-20 14:56, 

<< Home